Singapore Tourist Pass

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Singapore Tourist Pass

Singapore Tourist Pass

นอกจากบัตรเที่ยวเดียว และบัตร EZ-Link ซึ่งต้องชำระค่าโดยสารเป็นรายเที่ยวแล้ว บัตรสิงคโปร์ทัวริสต์พาส(Singapore Tourist Pass) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการเดินทาง มีเงื่อนไขการใช้งานแบบเหมา ขึ้นรถไฟฟ้า และรถประจำทางได้ไม่จํากัด ตามจำนวนวันที่ระบุ คือ ประเภท 1,2 และ 3 วัน ราคา S$10, 16 และ 20 ตามลำดับ โดยต้องชำระค่ามัดจำบัตรเพิ่มอีก S$10 จากราคาค่าโดยสารที่ระบุเมื่อใช้งานจนครบกำหนด เราสามารถขอค่ามัดจำคืนได้ภายใน 5 วัน หากเกินกว่า 5 วัน เงินมัดจำจะถูกยึดทันที หลังบัตรหมดอายุยังสามารถเติมเงินใช้งานได้เหมือน EZ-Link ที่สำคัญบัตรนี้มีอายุ 5 ปี หากกลับไปสิงคโปร์ภายใน 5 ปี ก็นำบัตรนี้ไปเติมเงิน แล้วใช้งานได้ตามปกติ

การใช้งานบัตร นับการใช้งานเป็นวัน ไม่นับเป็น 24 ชั่วโมง เช่น ซื้อบัตร 1 วัน เริ่มใช้เวลา 19.00 น. ก็จะใช้ได้ถึงสิ้นวันในเวลาเที่ยงคืนเท่านั้น!

หาซื้อบัตร Singapore Tourist Pass ได้ที่สำนักงาน TransitLink ซึ่งอยู่ที่ สถานีรถไฟฟ้า MRT หัวสิงคโปร์ ได้แก่ สถานี Orchard, Chinatown, City Hall, Raffles Place, Ang Mo Kio, Bugis, Lavender, Bayfront, Changi Airport, Harbourfront, Farrer Park, Somerset, Woodlands, Kranji และ Jurong East เวลาทำการไม่ตรงกับ การใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สาขาส่วนใหญ่เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 8.00-21.00 น. (เวลาทำการขึ้นอยู่กับแต่ละสถานี)

NETS Flash Pay Card เป็นบัตรอัจฉริยะที่มีลักษณะการทำงานเหมือน EZ-Link ทุกประการ แต่ไม่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว มักใช้งานโดยชาวสิงคโปร์ มากกว่า เพราะทำหน้าที่เป็นบัตร ATM ได้ด้วย แถมมีอายุการใช้งาน 7 ปี แต่การขอคืน สำหรับนักท่องเที่ยวชั่วคราว บัตรค่อนข้างลำบาก เพราะต้องรับเงินผ่านบัญชีธนาคารในสิงคโปร์เท่านั้น ซึ่งไม่แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวชั่วคราว

การใช้งานรถไฟฟ้า MRT

การใช้งานรถไฟฟ้า MRT ไม่ต่างกับการขึ้นรถไฟฟ้าบ้านเรา คือ นำบัตร EZ-Link มาทาบที่เครื่องอ่านบัตรบริเวณประตูทางเข้ารถไฟฟ้า ต่างกับบ้านเราตรงที่ ถ้าใช้บัตร เที่ยวเดียว ก็สามารถทาบที่เครื่องอ่านได้เลย เพราะในบัตรมีชิพฝังอยู่ จากนั้นให้สังเกต ป้ายว่า สถานีที่กำลังจะไป มีสถานีปลายทางเป็นสถานีอะไร แล้วเดินตามได้เลย ถ้า เทียบกับเมืองไทยก็เหมือนจะไปฝั่งหมอชิตหรือแบริ่ง ในกรณีที่สถานีนั้นมีรถไฟผ่าน หลายสาย ก็ให้ใช้วิธีสังเกตแบบเดียวกัน แต่ย้ำให้สังเกตดี ๆ เพราะถ้าเดินไปผิดทาง บางสถานีต้องเดินอ้อมกลับมาไกลพอสมควร

ภายในสถานีรถไฟฟ้า และบนรถ ห้ามนำอาหาร และเครื่องดื่มเข้ามาทาน หากจับได้ เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ปรับ SS500, ห้ามสูบบุหรี่ ฝ่าฝืนรับโทษปรับ SS1,000, ห้าม นำวัตถุไวไฟ ฝ่าฝืนปรับ 555,000 และห้ามนำทุเรียนเข้าไปในสถานี กฎระเบียบของ สิงคโปร์เข้มงวดมากเลยทีเดียว!

 

พิพิธภัณฑ์ของเล่น Mint Museum of Toys และ Raffles Hotel & Shopping Arcade

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พิพิธภัณฑ์ของเล่น Mint Museum of Toys

พิพิธภัณฑ์ของเล่น Mint Museum of Toys

เดินต่อไปทิศตะวันออกบนถนน Bras Basah แล้วเลี้ยวเข้าถนน North Bridge อกประมาณ 200 เมตรก็ถึงปากซอย Seah St. ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ของเล่น Mint Museum of Toys พิพิธภัณฑ์ของเล่นแห่งแรกของโลก ซึ่งคำว่า Mint เป็นตัวย่อมาจาก Moment of Imagination and Nostalgia with Toys หรือแปลง่าย ๆ ว่า ห้วงเวลาแห่ง ความทรงจำของของเล่นในอดีต ไม่แปลกใจที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะถือกำเนิดจากความ ชื่นชอบส่วนตัวของเจ้าของ เวลาเดินทางไปประเทศไหน ก็มักซื้อของเล่นจากประเทศนั้น กลับมาด้วย เช่น ป๊อปอาย, แบทแมน, อุลตร้าแมน ฯลฯ สุดท้ายรวบรวมมาได้กว่า 50,000 ชิ้น จึงสร้างพิพิธภัณฑ์ของเล่นนี้ขึ้นมา แต่ที่น่าทึ่งคือ ของเล่นบางชิ้นมีอายุ ไม่ต่ำกว่า 100 ปี แต่ละชิ้นจะมีป้ายราคาประเมินแสดงไว้ด้วย ส่วนใหญ่ราคาหลัก แสนบาททั้งนั้น ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง

การเดินทาง : mRT สถานี Bras Basah ทางออก A, City Haแ ทางออก A

เวลา : 9.30-18.30 น. วันเสาร์สุดท้ายของเดือน ปิด 21.30 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ S$15, เด็ก S$7.50

GPS : 1.296256, 103.854444

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Raffles Hotel & Shopping Arcade

จากพิพิธภัณฑ์ของเล่น เดินออกจากถนน Seah St. แล้วย้อนลงมาทางทิศใต้ จะพบกับที่ตั้งของโรงแรมราฟเฟิลส์ (Raffles Hotel) โรงแรมหรูที่เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1887 ในสมัยที่อยู่ภายใต้อาณานิคม ก่อนจะปรับปรุงครั้งใหญ่ เมื่อปี ค.ศ. 1990 ที่ผ่านมา โรงแรมแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองคนสำคัญ มาแล้วหลายครั้ง อาทิ พระราชวงศ์จากประเทศต่างๆ, ประธานาธิบดี, นายกรัฐมนตรี ดารา นักร้อง นักแสดง รวมถึงแขกวีไอพีระดับแนวหน้าของโลก เช่น ชาลี แชปปลิน (Charlie Chaplin) จนปัจจุบันโรงแรมกลายเป็นสัญลักษณ์มรดกของสิงคโปร์ไปแล้ว

นอกจากโรงแรมที่มีอายุเก่าแก่แล้ว พื้นที่โดยรอบโรงแรมยังเป็นสถานที่ชอปปิง Raffles Hotel Shopping Arcade รวบรวมแบรนด์เนมหรูเจาะกลุ่มผู้มาเข้าพักโรงแรม โดยเฉพาะ อาทิ Louis Vuitton, Prada, Chanel, Gucci, Tiffany

การเดินทาง : mRT สถานี City Hall ทางออก A, Esplanade ทางออก F

เวลา : Shopping Arcade 10.30-19.00 น.

GPS : 1.294570, 103.855026

 

ร้านอาหารราคาถูก London

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ร้านอาหารราคาถูก London

ร้านอาหารในลอนดอนมักเป็นร้านเล็กๆ ประเภทซื้อไปกินที่บ้านหรือมีมุมนั่งกินในร้าน เป็นสัดส่วน อีกทั้งยังค่อนข้างหลากหลายด้วย เนื่องจากนักท่องเที่ยวรวมถึงคนในพื้นที่ ไม่ ได้สนใจว่าต้องเลือกกินแต่ร้านแพงๆ หรือมีชื่อเสียงแค่นั้นเหตุนี้ร้านอาหารเล็กๆ จึงมีโอกาส เติบโตอยู่ตลอด และทำให้เราลืมประโยคที่ว่า “ของถูกมักไม่ดี ของดีมักไม่ถูก” ไปเลย ส่วน เรื่องความสะอาดหายห่วง ถือเป็นสิ่งที่ทุกร้านละเลยไม่ได้ครับ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอย ตรวจตราเรื่องนี้อยู่ตลอด ประมาณว่าร้านไหนลูกค้าซื้อไปกินแล้วเกิดท้องเสีย หากถูกแจ้ง ไปยังหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค วันต่อมาก็เตรียมถูกตรวจสอบได้เลย และถ้าเจ้าหน้าที่ ตรวจพบว่าเป็นเช่นนั้นจริงมีสิทธิ์โดนสั่งปิดร้านทันที่ครับส่วนร้านที่ผมจะแนะนำแบ่งตาม ประเภทอาหารได้ ดังนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ fish & chips london

ร้านฟิชแอนด์ชิปส์ (Fish & Chips) ร้านที่ เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารประจำชาติของอังกฤษก็ว่าได้ ซึ่งมักอยู่ตามย่านชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป โดย เมนูส่วนใหญ่จะเน้นพวกของทอดเป็นหลัก อาทิ ปลา ทอด, ปลาหมึกทอด (Caramali เรียกว่าคารามาลี), ไส้กรอกทอด, ไก่ทอด, มันทอดหรือชิปส์ (Chips) ตลอด จนพาย (Pie) ชนิดต่างๆ ที่มีทั้งไส้ไก่และเห็ด (Chicken & Mushrooms Pie), ไส้เนื้อบด (Steak Pie), ไส้ไส้กรอก (Sausage Pie) ฯลฯ สนนราคาเริ่มตั้งแต่ 1 ปอนด์ขึ้นไป

ขอแถมอีกนิดถ้าจะกินปลาทอดละก็ขอแนะนำปลาค็อด (Cod Fish) เพราะ มื้อค่อนข้างนุ่มไม่มีกลิ่นคาว และปลาแฮดด็อก (Haddock Fish) ที่เนื้อร่วน และมีกลิ่น เค็มๆ แบบทะเลเล็กน้อย ซึ่งเวลากินให้ปรุงรสด้วยใส่น้ำส้มสายชู (Vinegar) และเกลือ จะได้รสชาติที่ดีกว่าการใส่ซอสมะเขือเทศแบบที่คนไทยนิยม

ชิปส์หรือที่บางร้านเรียกว่าคลาสสิกชิปส์ (Classic Chips) แต่ที่บ้านเราเรียกง่ายๆ 2 ว่า “มันทอด” จะแตกต่างกับมันทอดของร้านฟาสต์ฟูดอเมริกันทั่วไปที่เรียกว่า “เฟรนช์ ฟรายส์ (French Fries)” ตรงที่ชิปส์มีขนาดใหญ่กว่า โดย ทั่วไปมีซอสให้เลือกกินกับชิปส์อยู่ 2 ชนิด คือ ซอส , เครื่องแกง (Curry Sauce) ที่รสชาติออกแนวแกง แขก มีกลิ่นฉุนของเครื่องเทศหน่อยๆ และเม็ดเล็ก น้อย กับซอสเกรวี่ (Gravy Sauce) สีออกน้ำตาล เหนียวๆ รสชาติเหมือนน้ำต้มกระดูกเค็มๆ หวานๆ

ร้านแซนด์วิช (Sandwich) ใน ลอนดอนจะมีร้านแซนด์วิชอยู่สองประเภท คือ ร้านที่ทำกันสดๆ ต่อหน้าลูกค้าและร้าน ที่ทำไว้แบบสำเร็จรูปโดยร้านทำสดจะเลือก ได้ว่าต้องการขนมปังแบบไหน เช่น ขนมปัง สีขาว (White Bread), ขนมปังผสมธัญพืช (Whole Wheat) หรือบาเกตต์ (Baguette)

รวมไปถึงไส้แบบต่างๆ อาทิ แฮม, เนื้อไก่งวง, มะเขือเทศ, แตงกวา, ผักสลัด, ปลา แซลมอนรมควัน, เนื้อวัวหันบางๆ ฯลฯ ซึ่งร้านที่อยากแนะนำก็คือ ร้านซับเวย์ (Sub way) เพราะราคาประหยัดและคุ้มค่ามาก (เต็มที่ไม่เกิน 6 ปอนด์ต่อมื้อ)

ส่วนร้านที่ทำแบบสำเร็จนั้นจะใส่บรรจุภัณฑ์อย่างดี และมีฉลากกำกับชัดเจน ว่าเป็นไส้อะไร พร้อมระบุสารอาหารที่ได้รับต่อการกินแซนด์วิช 1 ชิ้น เพื่อให้ ลูกค้าได้เลือกสะดวกสบาย (ราคาต่อแพ็กเริ่มตั้งแต่ 1.2 ปอนด์ขึ้นไปตามแต่ไส้ที่เลือก) โดยร้านยอดนิยมและมีสาขากระจายอยู่ทั่วลอนดอนก็มีร้านเพรตอะแมนเจอร์ (Pret A Manger) หรือเพรต-ตะ-มองเช่ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งครัวซองแฮมชีสและโกโก้ร้อนของร้าน อร่อยอย่าบอกใครเชียว, ร้านอีท (Eat) ที่ตกแต่งร้านด้วยโทนสีน้ำตาล และมีแซนด์วิชกับซุปให้เลือกหลากหลาย และร้านเกรกส์ (Greggs) ที่ราคาต่อมือถูกได้ใจ อย่างซุปมะเขือเทศกับพายไก่แสนอร่อยราคา 2.2 ปอนด์เท่านั้น

Sponsored
UFABET

 

โรงแรมราคาประหยัด UK

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรงแรมราคาประหยัด ลอนดอน

เมื่อตัดสินใจไปพักโรงแรมราคาประหยัดกัน ก็ควรรู้เกี่ยวกับเกร็ดข้อมูลก่อนเข้าพัก กันหน่อย จะได้เข้าใจถึงรูปแบบห้องพักลักษณะนี้

– ห้องพักแบบโรงแรมราคาประหยัดสามารถจองทางอินเทอร์เน็ตได้ และมีค่ามัดจำประมาณ 10% เท่านั้น (หรือบางที่อาจจะไม่ต้องมัดจำเลยก็เป็นได้) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและ

  • อาหารเช้าของโรงแรมเป็นแบบ สากลหรือแบบต้นตำรับอังกฤษ (ไข่ดาว เบคอน, เห็ดทอด, มะเขือเทศ, ถั่วอบซอส มะเขือเทศ, ขนมปังปิ้ง, ชาหรือกาแฟ) โดย เวลาอาหารเช้าส่วนใหญ่จะเริ่มที่ 07.0010.30 น. โดยประมาณ
  • บริการอินเทอร์เน็ตไม่มีฟรี

แม้ภายในห้องพักจะมีสายอินเทอร์เน็ตให้ เสียบก็ต้องลงทะเบียนแล้วจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตก่อน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ราคาชั่วโมงละ 5-8 ปอนด์ หรือเงื่อนไขพิเศษแบบจ่ายเหมา 24 ชั่วโมง ในราคาไม่เกิน 12-18 ปอนด์ โดยประมาณ (สามารถเก็บชั่วโมงที่เหลือไปใช้ในโรงแรมอื่น ที่ติดตั้งสัญญาณของบริษัทผู้ ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายเดียวกันได้) กรณีที่โรงแรมติดสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ไว้ที่ห้องล็อบบีของโรงแรม (ฟรี) เราต้องจับสัญญาณเอาเอง

  • โรงแรมราคาประหยัดมักไม่มีบริการซักรีด จึงต้องสอบถามกันเป็นแห่งๆ ไป กรณี ที่มีร้านซักผ้าแบบเครื่องหยอดเหรียญอยู่ใกล้ๆ ค่าซักผ้าต่อครั้งจะไม่เกิน6-8 ปอนด์ (ขึ้นอยู่ กับขนาดเครื่องว่าเป็นเครื่องเล็กหรือเครื่อง ใหญ่) ส่วนค่าอบผ้าต้องเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย ประมาณ 2-4 ปอนด์ (ขึ้นอยู่กับจำนวนผ้า) โดยสามารถขอแลกเหรียญหรือขอซื้อผง ซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่มได้จากเจ้าหน้าที่ ประจำร้านครับ (ถ้าคิดว่าต้องได้ซักผ้ากัน แน่ๆ แนะนำให้เตรียมอุปกรณ์มาจากเมืองไทยจะช่วยประหยัดได้มากทีเดียว)
  • การซื้อตั๋วเข้าชมสถานที่ต่างๆ ผ่านโรงแรมราคาประหยัด อาจได้รับส่วนลดด้วย ซึ่งจะได้ราคาที่ถูกกว่าการไปซื้อด้วยตัวเอง หากสนใจลองสอบถามกับพนักงานต้อนรับ ของโรงแรมดูนะครับ
  • เกือบทุกโรงแรมจะมีบริการรับฝากกระเป๋าและสัมภาระฟรีสำหรับผู้เข้าพักหลง จากที่แจ้งออกในวันสุดท้ายด้วย (บางแห่งอาจคิดค่าฝาก ลองสอบถามดูก่อนนะครับ)
  • ค่าที่พักจะจ่ายก่อนหรือหลังขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของโรงแรมไม่แน่นอนตายตัว และหลังเที่ยงคืนไปแล้ว โรงแรมราคาประหยัดส่วนใหญ่จะปิดประตูทางเข้าหลัก แต่ก็มีทางเข้าสำรองให้กับผู้เข้าพักด้วย จุดนี้ต้องสอบถามให้ดี
  • กุญแจประตูรุ่นเก่าที่เป็นดอกกุญแจใช้กับประตูลูกบิด ควรฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ โรงแรมจะดีที่สุด เพราะถ้าหายอาจต้องเสียค่าปรับในการทำลูกกุญแจขึ้นมาใหม่ แต่ถ้า เป็นแบบคีย์การ์ดก็สามารถพกพาไปได้ ถ้าหายก็ยังพอให้เจ้าหน้าที่ออกใบใหม่ได้(ไม่มีค่าใช้จ่าย)
  • ถ้าเผื่อว่าโชคร้ายเจอที่พักสุดแสนจะทนอย่ารีรอที่จะแจ้งยกเลิก และอย่าให้ความขี้เกรงใจทำให้ต้องเงินเสียทองโดยใช่เหตุ ทุกโรงแรมส่วนใหญ่อนุญาตให้เรายกเลิก ได้ แต่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง
  • ให้ตรวจสอบชื่อถนนที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมให้ดี เพราะบางเมืองหรือบางเขตอาจ มีโรงแรมชื่อเดียวกัน หรือชื่อคล้ายกันตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน
  • การเดินทางตัวคนเดียว คุณอาจต้องจ่ายค่าที่พักมากกว่าการมีเพื่อนร่วมเดินทาง หากสามารถหาเพื่อนร่วมแชร์ค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ ก็จะช่วยประหยัดเงินไปได้มาก
    นำเสนอโดย
    ยูฟ่าเบท

การเดินทางในฮ่องกง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รถประจำทางขนาดเล็ก Minibus hongkong

รถประจำทางขนาดเล็ก Minibus

ซึ่งเป็นรถขนาด 16 ที่นั่ง มี 2 ลักษณะ คือ ตัวถังสีครีม หลังคาสีแดง และตัวถังสีครีมหลังคาสีเขียว สามารถสังเกตเส้นทาง เดินรถได้จากป้ายที่หน้ารถ ซึ่งบอกทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ โดยรถมินิบัสตัวถังสีครีมหลังคาสีแดง ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าโดยสาร กับคนขับรถก่อนลงรถ เนื่องจากค่าโดยสารจะขึ้นอยู่กับระยะทาง และช่วงเวลาเดินรถว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน และวันของ การเดินรถ เช่น วันที่มีการแข่งม้า หรือวันที่มีพายุไต้ฝุ่น ค่าโดยสาร จะแพงกว่าปกติ ส่วนรถมินิบัสตัวถังสีครีมหลังคาสีเขียว ค่า โดยสารเป็นแบบราคาเดียวตลอดสาย ต้องจ่ายค่าโดยสารลงในตู้ เก็บเงินที่ตั้งอยู่ตรงบันไดทางขึ้นรถ และควรเตรียมเงินให้พอดีกับ ราคาที่ติดบอกไว้ที่ด้านหน้ารถด้วย เพราะไม่มีการทอนเงิน หรือจะ จ่ายด้วยบัตร Octopus Card ก็ได้ สำหรับค่าโดยสารโดยเฉลี่ยจะ แพงกว่ารถซิตี้บัส แต่ก็ถึงที่หมายเร็วกว่า เพราะจะจอดเฉพาะจุดที่ ผู้โดยสารต้องการขึ้นหรือลงเท่านั้น ต้องการจะลงจากรถ ก็เพียง บอกกับคนขับรถว่า Yauh Lohk (เหยาเหลาะ) ซึ่งหมายความว่า ต้องการลง ในภาษากวางตุ้ง อย่างไรก็ตาม รถมินิบัส เหมาะกับ คนท้องถิ่นมากกว่านักท่องเที่ยว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รถราง hongkong

รถราง หรือ Tram

ให้บริการเฉพาะในฝั่งฮ่องกง จากถนน Johnston ไปถึงย่าน Causeway Bay ตั้งแต่เวลา 06.30-01.00 น. ทุกวัน ซึ่งเป็นการ เดินทางที่ประหยัดที่สุด คือที่ 2 เหรียญฮ่องกง ตลอดสาย โดยต้อง จ่ายเงินค่าโดยสารก่อนลงจากรถ และไม่มีการทอนเงินคืนเช่นเดียวกัน ปัจจุบันรถรางบางสายเริ่มมีบริการจ่ายเงินโดยใช้บัตร Octopus Card ได้แล้ว การนั่งรถรางนี้ทำให้ได้สัมผัสฮ่องกงในอีกบรรยากาศหนึ่ง ซึ่งไม่ควรพลาด โดยเฉพาะการนั่งบนที่นั่งชั้น 2 ด้านหน้าสุด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Open Top Bus hongkong

รถเปิดประทุน Open Top Bus

เป็นรถประจำทาง 2 ชั้นเปิดประทุน ที่คนมาท่องเที่ยวฮ่องกง ควรหาประสบการณ์สักครั้ง รถเปิดประทุนนี้มีเพียงสายเดียวคือ สาย 15c วิ่งระหว่างท่าเรือสตาร์เฟอร์รี่ ไปยังสถานีทางขึ้นรถราง Peak Tram ให้บริการเวลา 10.00-23.45 น. ทุกวัน รถออกทุก 1020 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีเท่านั้น และขอแนะนำ ให้เลือกที่นั่งด้านหลัง เพื่อจะได้สามารถซึมซับกับทิวทัศน์ของตึกสูง ของเกาะฮ่องกงได้อย่างใกล้ชิด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เรือเฟอร์รี่ hongkong

เรือโดยสารข้ามฟาก หรือ เรือเฟอร์รี่

เรือโดยสารข้ามฟาก Star Ferry เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ของฮ่องกง รับส่งผู้โดยสารระหว่างเขต Tsim Sha Tsui ในฝั่งเกาลูน กับเขต Central ในฝั่งเกาะฮ่องกง ตรงอ่าววิกตอเรีย ระหว่างเวลา 06.30-23.30 น. ทุกวัน แต่หากต้องการเดินทางไปเที่ยวยังเกาะอื่นๆ เช่น เกาะลันเตา (Lantau Island) เกาะเชิงเชา (Cheung Chau Island) ก็สามารถเดินทางได้ โดยเรือข้ามฟากที่ท่าเรือ Central ในฝั่งเกาะฮ่องกง ซึ่งจัดให้บริการโดยบริษัท New World First Ferry (NWFF) นอกจากนี้ ยังมีเรือเร็วให้บริการผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง จากท่าเรือ Star Ferry บนฝั่งฮ่องกงไปยังอ่าวดิสคัฟเวอรี่ (Discovery Bay) บนเกาะลันเตา ซึ่งจัดให้บริการโดยบริษัทเดินเรือ ฮ่องกงและเกาลูน จํากัด (Hong Kong and Kowloon Ferry Limited หรือ HKK) ค่าโดยสารแตกต่างกันตามสถานที่ที่จะเดินทาง ไป โดยเลือกจ่ายได้ด้วยบัตร Octopus Card หรือเงินเหรียญที่พอดี กับค่าโดยสารเพื่อหยอดผ่านประตู

Sponsored
UFABET

รถแท็กซี่ Hong Kong

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รถแท็กซี่ Hong Kong

เป็นการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว แต่ราคาแพงมาก โดย สามารถพาไปยังทุกสถานที่ที่ต้องการในฮ่องกง มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 สี คือ

– สีแดง หลังคาสีเงิน วิ่งบริการในเขตเกาะฮ่องกงและเกาลูน – สีเขียว วิ่งบริการในเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ – สีน้ำเงิน วิ่งบริการในเขตเกาะลันเตา

รถแท็กซี่สีเขียว จะวิ่งเข้ามาให้บริการในเขตเกาลูนและเกาะ ฮ่องกงไม่ได้ นอกจากจอดส่งผู้โดยสารเท่านั้น ถ้ารถแท็กซี่ว่างจะสังเกตได้จากคำว่า “For Hire ที่กระจกหน้ารถ และในเวลากลางคืน รถแท็กซี่ทุกคันต้องเปิดไฟ ปรากฏคำว่า “Taxi” ติดอยู่บนหลังคารถ รถแท็กซี่ทุกคันเป็นรถมิเตอร์ สังเกตได้จากเครื่องมิเตอร์ที่ติดไว้ ในรถ อัตราค่าโดยสารบนฝั่งเกาะฮ่องกงและเกาลูน เริ่มจาก 15เหรียญฮ่องกง และจะขึ้นไปตามระยะทางและเวลาการโดยสาร หากมีกระเป๋าเดินทางต้องเสียค่ากระเป๋าอีกใบละ 5 เหรียญฮ่องกง ซึ่งอัตราค่าโดยสารจะติดอยู่ในรถแท็กซี่ให้ตรวจสอบได้

นอกจากนั้น ผู้โดยสารจะต้องจ่ายเงินเพิ่มสําหรับค่าธรรมเนียม ผ่านอุโมงค์ และค่าธรรมเนียมทางด่วนเช่นเดียวกับรถแท็กซี่ใน กรุงเทพฯ แต่จะต้องจ่ายทั้งเที่ยวไปและกลับ ถึงแม้จะนั่งเพียงเที่ยว เดียวก็ตาม เช่น อัตราค่าผ่านอุโมงค์ครั้งละ 10 เหรียญฮ่องกง และ ค่าแท็กซี่ 50 เหรียญฮ่องกง ผู้โดยสารจะต้องจ่ายค่าแท็กซี่ HK$70 เป็นต้น

ในกรณีที่ถูกโกงหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการบริการของรถแท็กซี่ หรือลืมสิ่งของทิ้งไว้ในรถ สามารถแจ้งความได้ที่ โทร. 2527-7177 หรือแจ้งความที่ฝ่ายรับร้องทุกข์ โทร. 2889-9999

ข้อแนะนำสำหรับการใช้บริการแท็กซี่ง่ายๆ คือ พกที่อยู่ ภาษาจีนหรือนามบัตรของโรงแรมที่พักที่มีภาษาจีนกำกับไว้ในกระเป๋า เสมอ จะช่วยให้คนขับแท็กซี่ขับไปส่งได้สะดวกขึ้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อความสะดวก ปลอดภัย ในการเดินทาง ท่องเที่ยวในฮ่องกง สามารถสอบถามข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลข่าวสาร และบริการนักท่องเที่ยว ของการท่องเที่ยวฮ่องกง ซึ่งมีบริการหลายจุด ทั้งในสนามบิน ย่านธุรกิจของเขตเซ็นทรัลบนเกาะฮ่องกง และย่าน จิมซาโจ๋ย ในฝั่งเกาลูน ได้ตลอดเวลา ดังนี้

– ศูนย์ข้อมูลข่าวสารและบริการนักท่องเที่ยว สนามบิน นานาชาติฮ่องกง ที่บริเวณบุฟเฟต์ ฮอลส์ และทรานสเฟอร์ แอเรีย E2 มีเจ้าหน้าที่ประจำคอยให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00-23.00 น. ทุกวัน มีเอกสารสำหรับนักท่องเที่ยว และเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับ เข้าชมเว็บไซต์ www.discoverhongkong.com ตลอด 24 ชั่วโมง

– ศูนย์ข้อมูลข่าวสารและบริการนักท่องเที่ยว ฝั่งเกาลูน ที่ บริเวณสตาร์เฟอร์รี่ คอนคอร์ส จิมซาโจย ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ทุกวัน

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารและบริการนักท่องเที่ยว ฝั่งเกาะฮ่องกง ที่ถนนควีนส์ ในเขตเซ็นทรัล ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ทุกวัน

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารและบริการนักท่องเที่ยว Lo Wu ตั้งอยู่ที่ อาคารด่านตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า หากข้ามมาจากทางเสิ่นเจิ้น ผ่านด่าน ตม. ก็จะมองเห็นเลย

Sponsored
ยูฟ่าเบท

Harbour Plaza Hong Kong

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Harbour Plaza Hong Kong

Harbour Plaza Hong Kong

20 Tak Fung Street,

Hung Hom

ถึงแม้จะตั้งอยู่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวอย่างจิมซาโจ๋ยสักหน่อย แต่โรงแรมสี่ถึงห้าดาวแห่งนี้ก็ยังเหมาะแก่การมาพักผ่อนด้วยจุดเด่น ที่สำคัญก็คือวิวริมอ่าวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเกาลูน และมีล็อบบี้ที่ โอ่โถงสามารถเห็นวิวทะเลที่สวยงามได้อย่างชัดเจน ในส่วนห้องพัก ก็ดูกว้างขวาง สะอาด สะดวกสบาย และตกแต่งอย่างมีสไตล์แบบ คอนเท็มป์ และที่สำคัญก็คือสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสปาบนชั้น ดาดฟ้าที่เปิดรับลมทะเลอย่างเต็มที่ ให้ความรู้สึกปลอดโปร่งและ เย็นสบาย

381 ห้อง, 30 สวีต, 4 ร้านอาหาร, สระว่ายน้ำ, เฮลท์คลับ, สปา, ซาลอน, เลานจ์, ร้านค้า, อินเทอร์เน็ต, ห้องประชุม, ห้อง เลี้ยงเด็ก บริการธุรกิจ รับบัตรเครดิตหลักทุกชนิด ราคาเริ่มต้น 5,700 บาท

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Harbour Plaza Metropolis

Harbour Plaza Metropolis

7 Metroplois Dr.,

Hung Hom

โรงแรมแห่งนี้เพิ่งเริ่มเปิดมาได้ประมาณ 6-7 ปี อยู่ในเครือ เดียวกันกับ Harbour Plaza Hotel เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยู่ ระยะเวลาหลายวัน และวางแผนที่จะไปเที่ยวต่อในเมืองจีนด้วยรถไฟ เพราะมีสถานีรถไฟเกาลูน-กวางตุ้ง หรือเทียบได้กับหัวลำโพง ตั้งอยู่ ไม่ไกล หากใครต้องการที่จะไปเที่ยวเสิ่นเจิ้นหรือกวางเจาต่อก็ควร มาพักที่นี่ และถึงแม้จะไกลจากเส้นรถไฟใต้ดิน แต่ที่นี่ก็มีรถรับ-ส่ง ระหว่างโรงแรมและเขตจิมซาโจ๋ยคอยให้บริการกับแขกฟรีทุกๆ 20 นาที ห้องพักมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็กจนเกินไป เหมาะกับราคา ที่ตั้งไว้

687 ห้อง, 3 สวีต, 3 ร้านอาหาร, สระว่ายน้ำ, ยิม, บาร์, เลานจ์, ร้านค้า, อินเทอร์เน็ต, ห้องประชุม, ห้องเลี้ยงเด็ก บริการ ธุรกิจ รับบัตรเครดิตหลักทุกชนิด ราคาเริ่มต้นที่ 3,500 บาท

 

จัดทำโดย
ยูฟ่าเบท

 

Majestic Hotel

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ majestic hotel hong kong

Majestic Hotel

348 Nathan Road, Yau Ma Tei, Kowloon

ตั้งอยู่ติดกับโรงหนังมาเจสติกเก่า ล็อบบี้เรียบง่ายและสะอาด ห้องพักตกแต่งสไตล์คอนเทมเปอรารี่ อุปกรณ์อำนวยความสะดวก มีเท่าที่จำเป็น โดยรอบโรงแรมมีร้านอาหารอร่อยๆ นานาประเทศ ให้ได้ชมกันอย่างเอร็ดอร่อย

387 ห้อง, 9 สวีต, ร้านกาแฟ, บาร์, โรงภาพยนตร์, ร้านค้า, อินเทอร์เน็ต, ห้องประชุม, บริการธุรกิจ รับบัตรเครดิตหลักทุกชนิด ราคาเริ่มต้นที่ 5,500 บาท

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ shamrock hotel hong kong

Shamrock Hotel

223 Nathan Road, Yau Ma Tei

เป็นโรงแรมแบบประหยัดแห่งแรกๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ถนน นาธาน ถึงปัจจุบันมีอายุมากกว่า 40 ปี แต่ที่โรงแรมแห่งนี้ก็ได้มีการ ปรับปรุงครั้งใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว ขนาดของห้องเหมาะสมกับราคา

128 ห้อง, 19 สวีต, 1 ร้านอาหาร รับบัตรเครดิตหลักทุกชนิด ราคาเริ่มต้นที่ 3,100 บาท

Nathan Hotel

378 Nathan Road, Yau Ma Tei, Kowloon

ที่พักแห่งนี้หนาแน่นไปด้วยบรรดากรุ๊ปทัวร์ทั้งเอเชียและ ยุโรปตลอดเวลา เพราะโลเกชั่นดีมาก เดินทางสะดวก ช้อปปิ้งสบาย หาของทานง่าย ห้องขนาดไม่ใหญ่มาก แต่สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นฐานครบครัน

185 ห้อง, 1 ร้านอาหาร, บาร์, ร้านค้า, บริการธุรกิจ รับบัตรเครดิตหลักทุกชนิด ราคาเริ่มต้นที่ 3,300 บาท

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Dorsett Seaview

Dorsett Seaview

268 Shanghai Street, Yau Ma Tei, Kowloon

ถ้าไม่นับเรื่องของขนาดห้องพักที่เล็กพอสมควร ก็ต้องถือว่า โรงแรมแห่งนี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวแบบประหยัดโลเกชั่นดี ห้องพักสะอาด และเดินทางสะดวกสบาย ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เท็มเปิ้ลสตรีท

254 ห้อง, 3 สวีต,1 ร้านอาหาร, บาร์, เลานจ์ รับบัตรเครดิต หลักทุกชนิด ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 บาท

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Booth Lodge

Booth Lodge

11 Wing Sing La., Yau Ma Tei, Kowloon เป็นโรงแรมเล็กๆ น่ารักแบบพอดี ล็อบบี้ไม่ใหญ่ แต่ห้องพัก สะอาด สว่างและดูน่าสบาย ตั้งอยู่ใกล้เจดมาร์เก็ต เป็นอีกหนึ่งโรงแรม ที่คุ้มค่าและน่ามาพัก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวแบบประหยัด

54 ห้อง, 1 ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, รับบัตรเครดิตหลัก ราคาเริ่มต้นที่ 2,800 บาท

จัดทำโดย
ยูฟ่าเบท

ถนนซาไกมาจิ (Sakaimachi Street)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Sakaimachi Street

 

ถนนช็อปปิ้งกลางเมืองโอตารุ สองข้างทางของถนนเรียงรายไปด้วย อาคารเก่าแก่ที่ปรับแต่งเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายขนม ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึก

นาฬิกาไอน้ํา (Steam Clock)

ตั้งอยู่หน้าร้านขายกล่อง ดนตรีและพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี โอตารุ สร้างขึ้นโดยเรย์มอนด์ ซอนเดอร์ส (Raymond Saunders) ชาวแคนาดา โดยจําลอง มาจากนาฬิกาต้นแบบที่เมือง แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา นาฬิกาเรือนนี้สูง 5.50 เมตร กว้าง 1 เมตร จึงถือเป็นนาฬิกา ไอน้ําที่ใหญ่ที่สุดในโลก มันจะ พ่นไอน้ําโดยมีเสียงดนตรีประกอบ ทุกๆ ชั่วโมง

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตาs (Otaru Music Box Museum)

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ ประกอบด้วยอาคารหกหลังซึ่งตั้งอยู่ ไม่ห่างกันนัก ได้แก่

  1. อาคารหลัก (Main Building) จําหน่ายกล่องดนตรีต่างๆ
  2. อาคาร 2 (Hall Number 2 Antique Museum) อาคารด้านหลัง ซึ่งเชื่อมต่อกับอาคารหลักด้านหน้า จัด แสดงกล่องดนตรีเก่าๆ หลายรูปแบบ
จัดทำโดย
ยูฟ่าเบท

Harbour Tour Kowloon

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Harbour Tour hong kong

Tsim Sha Tsui

จิมซาโจ๋ยถือเป็นหนึ่งในชื่อที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเป็นที่ตั้งของสถานที่สําคัญที่มีชื่อเสียงของเกาะฮ่องกง ไม่ว่าจะเป็น ถนนช้อปปิ้งระดับโลกอย่างถนนนาธาน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ 2 โกลเด้นไมล์ ซึ่งโด่งดังไม่แพ้ถนนช้อปปิ้งสายอื่นๆ ทั่วโลก หรือหา ใครเคยดูหนังหรือเป็นคอละครฮ่องกง ก็คงพอคุ้นภาพของคู่พระเล นางเอกเดินชมอ่าววิกตอเรีย ทั้งในตอนกลางวันและยามค่ําคืน เต็มไปด้วยแสงสีของบรรดาตึกสูงเป็นอย่างดี

ที่เที่ยว

Star Ferry Pier

Star Ferry Pier, Salisbury Road, Tsim Sha Tsui www.starferry.com.hk

สตาร์เฟอร์รี่เริ่มใช้งานจริงเมื่อปี ค.ศ. 1898 ถือเป็นหนึ่งใน ท่าเรือข้ามฟากของอ่าววิกตอเรียที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเกาะฮ่องกง เนื่องจากเป็นสถานที่นั่งเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามฟากระหว่างเขตเซ็นทรัล ของเกาะฮ่องกง และเขตจิมซาโจ๋ยของฝั่งเกาลน และการนั่งเรือเพื่อ ข้ามฟากโดยใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 7 นาที ก็ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งใน กิจกรรมชมวิว สัญลักษณ์ของเกาะฮ่องกงที่นักท่องเที่ยวไม่ยอมพล 96 เมื่อมาเยือนเท่านั้น หากแต่สำหรับคนฮ่องกงเองก็ยังใช้เรือเฟอร์รี่ข้ามฟากเป็นหนึ่งในการเดินทางหลัก เนื่องด้วยราคาที่ถูกมากเพียงแค่2-3เหรียญฮ่องกง นอกจากนี้ยังมีฮาร์เบอร์ซิตี้ที่ตั้งอยู่ในเขต ท่าเรือข้ามฟากแห่งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งอย่างโอเชียน ทอร์มินัลซึ่งมีสินค้าต่างๆ ให้ช้อปมากมาย ทั้งสำหรับคนท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวเอง หรือหอนาฬิกา Clock Tower สร้างในปี 1915 หอนี้ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ประวัติศาสตร์ของสถานีรถไฟสายเกาลูน

กวางตุ้ง ที่ซึ่งเคยเป็นสถานีสุดท้ายของการเดินทางท่องเที่ยวทาง รถไฟข้ามประเทศจากอังกฤษมายังฮ่องกง โดยรถไฟสายโอเรียน เอ็กซเพรสที่ยังหลงเหลืออยู่ให้เห็นเพียงสิ่งเดียว แต่ปัจจุบันนี้สถานี ได้ย้ายไปอยู่ที่ฮังฮอม (Hung Hom) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 แล้ว

สตาร์เฟอร์รี่เปิดให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 06.30-23.30 น.  Tsim Sha Tsui ทางออก E

 

Harbour Tour

สตาร์เฟอร์รี่จัดให้มีทัวร์พาย้อนเวลา โดยเรือเฟอร์รี่ที่เคย ล่องอ่าววิกตอเรีย “Shining Star” ด้วยการชมวิวอ่าวพลางจิบกาแฟ หรือชา โดยแบ่งเป็นทัวร์แบบขึ้นลงไม่จํากัดเที่ยวเต็มวัน ครึ่งวัน แบบเที่ยวเดียวทั้งกลางวันและกลางคืน และแบบชมแสงสียามค่ำคืน ราคาดังนี้

Day Hopping Pass ผู้ใหญ่ HK$190 เด็ก HK$171 Half-day Hopping Pass ผู้ใหญ่ HK$90 เด็ก HK$81

Single Ride Day Round Trip Ticket

ผู้ใหญ่ HK$60 เด็ก HK$54

Single Ride Night Round Trip Ticket

ผู้ใหญ่ HK$120 เด็ก HK$108

จัดทำโดย
ยูฟ่าเบท